pip, points คือ อะไร ? มือใหม่ควรศึกษา Forex ให้ดีก่อนเทรด

pip points forex
โปรกเกอร์ Exness

นักเทรด (Trader) หลายๆ ท่าน คงจะเคย ได้ยินคำว่า pip points forex กันมาบ้างแล้ว สำหรับ นักเทรด (Trader) มือใหม่ อาจจะเคยได้ยิน มาจากตอนที่ ทำการศึกษา เรื่องข้อมูลพื้นฐาน ในการซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือเทรด Forex แต่อาจจะยัง ไม่ทราบว่า จริงๆ แล้ว pip และ point คืออะไร มีการนำ ไปใช้งาน ในการซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือเทรด Forex อย่างไร แล้ว Pip และ Points นั้น มีความเหมือน หรือความแตกต่างกัน อย่างไร เราจึงจะมาอธิบายให้ทุกท่านได้ทราบกัน ในบทความนี้

pip point คืออะไร

pip และ point คืออะไร ? ความหมายของ pip

ในบทความนี้เราจะนำเสนอในเรื่องของ pip และ point คืออะไร ? โดยเราจะเริ่มจากการทำความรู้จักกับ Pip กันก่อน คือ หน่วย ที่ใช้วัดปริมาณ การเคลื่อนไหวของราคา ในตลาด Forex เป็นการอ่านค่า จุดทศนิยม หรือการนับจุดทศนิยม ในตำแหน่งที่ 2 และ 4 โดยเราจะยกตัวอย่าง เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ และเห็นภาพมากขึ้น ดังนี้

ตัวอย่าง Pip

1. ราคา ค่าเงิน ของคู่เงิน USD/CAD อยู่ที่ 1.2350 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ ไปที่ราคา 1.2358

  • เราจะ อ่านค่าเงิน คู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CAD มีการเคลื่อนที่ ไป 8 Pip

2. ราคา ค่าเงิน ของคู่เงิน USD/CHF อยู่ที่ 0.8710 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ ไปที่ราคา 0.8722

  • เราจะ อ่านค่าเงิน คู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CHF  มีการเคลื่อนที่ ไป 12 Pip

3. ราคา ค่าเงิน ของคู่เงิน EUR/JPY อยู่ที่ 109.30 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ ไปที่ราคา 109.50

  • เราจะ อ่านค่าเงิน คู่นี้ว่า คู่เงิน EUR/JPY มีการเคลื่อนที่ ไป 20 Pip
point คืออะไร

ความหมายของ point ?

ในบทความนี้พูดถึงเรื่อง pip และ point คือ อะไร ? ทุกท่านได้อ่านเรื่อง pip กันมาแล้ว ต่อไปก็คือเรื่องของ Points หรือ จุด มีความหมาย คือ หน่วย ที่ใช้วัดปริมาณ การเคลื่อนไหว ของราคาในตลาด Forex เป็นการอ่านค่า จุดทศนิยม หรือการนับ จุดทศนิยม ในตำแหน่งที่ 3 และ 5 โดยเราจะยกตัวอย่าง เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ และเห็นภาพมากขึ้น ดังนี้

ตัวอย่าง Points

1. ราคา ค่าเงิน ของคู่เงิน USD/CAD อยู่ที่ 1.235 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ ไปที่ราคา 1.239 

  • เราจะ อ่านค่าเงิน คู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CAD มีการเคลื่อนที่ ไป 4 Points หรือ 4 จุด

2. ราคา ค่าเงิน ของคู่ USD/CHF อยู่ที่ 0.87100 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ ไปที่ราคา 0.87120  

  • เราจะ อ่านค่าเงิน คู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CHF มีการเคลื่อนที่ ไป 20 Points หรือ 20 จุด

3. ราคา ค่าเงิน ของคู่ EUR/JPY อยู่ที่ 109.300 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ ไปที่ราคา 109.330 

  • เราจะ อ่านค่าเงิน คู่นี้ว่า คู่เงิน EUR/JPY มีการเคลื่อนที่ ไป 30 Points หรือ 30 จุด
pip คืออะไร

ในเรื่องของ การนำไปใช้นั้น ก็จะขึ้นอยู่กับ แต่ละ โบรกเกอร์ (Broker) ว่า โบรกเกอร์ (Broker) ที่เราสมัคร เป็นสมาชิก ใน ตลาด Forex ไว้ เริ่มใช้การเทรด ที่ค่าเงิน ตามจุดทศนิยม ตำแหน่งใด บางโบรกเกอร์ (Broker) ก็เริ่มต้น การเทรดที่ จุดทศนิยม 2 หรือ 4 ตำแหน่ง จึงทำให้ นักเทรด (Trader) จะต้องเริ่ม อ่านค่า เป็น Pip ไม่สามารถ อ่านค่า เป็น Point (จุด) ได้ นักเทรด (Trader) ควรมีการ ศึกษารายละเอียด การเทรดของ โบรกเกอร์ (Broker) นั้นๆ ก่อนสมัคร หรือเปิดออเดอร์ ซึ่งเทคนิค ในการจำ เพื่อนำไปใช้ เรียก Pip และ Points (จุด) คือ คำว่า Pip ใช้อ่าน จุดทศนิยม ตำแหน่งที่ 2 และ 4  ส่วนคำว่า Point ใช้อ่าน จุดทศนิยม ตำแหน่งที่ 3 และ 5 โดยค่าของ Pip และ Points เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ก็จะได้เป็น 1 Pip เท่ากับ 10 Point หรือ 10 จุด นั่นเอง

pip และ Points แตกต่างกันอย่างไร?

1.ราคา ค่าเงิน ของคู่เงิน USD/CAD อยู่ที่ 1.235 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ ไปที่ราคา 1.245

  • เราจะ อ่านค่าเงิน คู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CAD มีการเคลื่อนที่ ไป 1 Pip หรือ 10 Points

2.ราคา ค่าเงิน ของคู่ USD/CHF อยู่ที่ 0.87100  จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ ไปที่ราคา 0.87130

  • เราจะ อ่านค่าเงิน คู่นี้ว่า คู่เงิน USD/CHF มีการเคลื่อนที่ ไป 3 Pip หรือ 30 Points

3.ราคา ค่าเงิน ของคู่ EUR/JPY อยู่ที่ 109.300 จากนั้น ราคาได้เคลื่อนที่ ไปที่ราคา 109.500

  • เราจะ อ่านค่าเงิน คู่นี้ว่า คู่เงิน EUR/JPY มีการเคลื่อนที่ไป 20 Pip หรือ 200 Points

สรุป ทำไมต้องรู้เรื่อง pip และ point คืออะไร ?

จากบทความเรื่อง pip และ point คืออะไร ที่ทุกท่านได้อ่านมาจากด้านบนนี้ จะเห็นได้ว่า มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากใช้อ่านค่าที่แตกต่างกัน หากนักเทรด (Trader) ท่านใด สามารถอ่านค่าได้ถูกต้อง ก็ยิ่งทำให้ดูเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย บ่งบอกได้ว่า นักเทรด (Trader) ท่านนั้น ได้มีความจริงจัง ในการเทรด Forex และมีความขยันหมั่นเพียรในการศึกษาหาความรู้ ส่งผลให้เป็นก้าวแรกในการประสบความสำเร็จในตลาด Forex นั่นเอง


โปรกเกอร์ XM